แมวกินอาหารวันละกี่มื้อ ควรให้กี่ครั้ง และแบ่งกี่กรัมต่อมื้อ
สรุปสั้น: แมวโตควรได้อาหารอย่างน้อยวันละ 2 มื้อ หลายบ้านแบ่งเป็น 3–4 มื้อเล็กๆ เพื่อให้แมวไม่หิวนานเกินไป ลูกแมวต้องกินบ่อยกว่านี้ตามช่วงอายุ จำนวนมื้อไม่ได้เปลี่ยนปริมาณทั้งวัน ให้คิดกรัมต่อวันจากฉลากอาหารก่อน แล้วค่อยหารแบ่งให้ทุกมื้อรวมกันได้พอดี
แมวโตกินอาหารวันละกี่มื้อ
ถ้าสงสัยว่าแมวกินข้าววันละกี่มื้อถึงจะพอ คำตอบพื้นฐานคือ แมวโต (อายุราว 1 ปีขึ้นไป) ควรได้อาหารอย่างน้อยวันละ 2 มื้อ เช้าและเย็น ห่างกันประมาณ 8–12 ชั่วโมง
แต่ 2 มื้อเป็นขั้นต่ำ ไม่ใช่ตัวเลขที่ดีที่สุดเสมอไป โดยธรรมชาติ แมวเป็นนักล่าที่กินเหยื่อตัวเล็กทีละน้อยหลายครั้งต่อวัน หลายบ้านจึงแบ่งเป็น 3–4 มื้อเล็กๆ แทน ข้อดีคือ
- แมวไม่ท้องว่างนานเกินไป และมักร้องขออาหารน้อยลง
- ได้กินทีละน้อย ช่วยแมวบางตัวที่กินเร็วจนสำรอก
- เหมาะกับแมวที่กำลังลดน้ำหนัก เพราะได้กินบ่อยขึ้นโดยปริมาณรวมไม่เพิ่ม
เลือกจำนวนมื้อที่บ้านคุณทำได้ทุกวันจริงๆ แมวส่วนใหญ่ชอบกิจวัตรที่คาดเดาได้ ให้ตรงเวลาเดิมทุกวันจึงช่วยได้มาก
เพิ่มมื้อ ไม่ได้แปลว่าเพิ่มอาหาร ปริมาณทั้งวันต้องเท่าเดิม แค่หารแบ่งให้แต่ละมื้อเล็กลง ถ้าเพิ่มมื้อแต่ยังตักเท่าเดิมทุกมื้อ แมวจะได้อาหารเกินและน้ำหนักขึ้น
ลูกแมวกินอาหารวันละกี่มื้อ ตามช่วงอายุ
ลูกแมวโตเร็วแต่กระเพาะยังเล็ก จึงต้องกินทีละน้อยแต่บ่อยกว่าแมวโต ยิ่งอายุน้อยยิ่งต้องกินถี่ ใช้ตารางนี้เป็นแนวทางคร่าวๆ
| อายุ | กินอะไร | วันละกี่มื้อ |
|---|---|---|
| แรกเกิด–2 สัปดาห์ | นมแม่ หรือนมผงสำหรับลูกแมว | ทุก 2–3 ชม. รวมกลางคืน |
| 2–4 สัปดาห์ | นมแม่ หรือนมผงสำหรับลูกแมว | ทุก 3–5 ชม. ค่อยๆ ห่างขึ้น |
| 4–8 สัปดาห์ | หย่านม เริ่มอาหารเปียกลูกแมว ควบคู่กับนม | 4 มื้อขึ้นไป |
| 2–6 เดือน | อาหารสูตรลูกแมว | 3–4 มื้อ |
| 6–12 เดือน | อาหารสูตรลูกแมว | 2–3 มื้อ |
| ตั้งแต่ราว 1 ปี | อาหารแมวโต | 2 มื้อขึ้นไป |
ถ้ายังอยู่กับแม่ ลูกแมวดูดนมเองตามต้องการ ช่วงเวลาในตารางใช้กับลูกแมวที่ต้องป้อนนมเอง
- อย่าให้นมวัว นมวัวมีโปรตีนและไขมันไม่พอสำหรับลูกแมว และมักทำให้ท้องเสียจนขาดน้ำได้เร็ว ถ้าไม่มีนมแม่ ให้ใช้นมทดแทนสำหรับลูกแมวโดยเฉพาะ อ่านเพิ่มที่ลูกแมวกินนมวัวได้ไหม
- ลูกแมวกำพร้าหรือแรกเกิดที่ไม่มีแม่ ควรพาไปพบสัตวแพทย์โดยเร็ว เพื่อเรียนวิธีป้อนนม ปริมาณที่เหมาะ และการกระตุ้นให้ขับถ่าย
- อย่าคุมอาหารลูกแมวเพื่อลดน้ำหนักเอง ให้ตามปริมาณบนถุงอาหารลูกแมว และชั่งน้ำหนักเป็นประจำ ถ้ากังวลว่าลูกแมวอ้วน ให้ปรึกษาสัตวแพทย์ สูตรในแอป Pet Food Analyzer ออกแบบมาสำหรับแมวโต ยังไม่เหมาะกับลูกแมว
- แมวพันธุ์ตัวใหญ่ เช่น เมนคูน อาจโตเต็มที่ช้ากว่า 1 ปี ถามสัตวแพทย์ว่าควรเปลี่ยนเป็นอาหารแมวโตเมื่อไร
ดูน้ำหนักลูกแมวตามอายุได้ที่ตารางน้ำหนักแมว
แมวแก่ แมวสูงวัย ควรกินวันละกี่มื้อ
แมวสูงวัย (ราว 10 ปีขึ้นไป) ใช้หลักเดียวกับแมวโต คืออย่างน้อยวันละ 2 มื้อ แต่หลายตัวกินได้ดีขึ้นเมื่อแบ่งเป็นมื้อเล็กๆ 3–4 มื้อ โดยเฉพาะตัวที่กินทีละน้อยหรือมีปัญหาฟัน
- แมวอายุมากมักมีแนวโน้มน้ำหนักลดและกล้ามเนื้อน้อยลง มากกว่าจะอ้วนขึ้น จึงไม่ควรลดอาหารเองโดยยังไม่ได้ตรวจ
- ชั่งน้ำหนักทุกเดือน ถ้าน้ำหนักลดโดยไม่ได้ตั้งใจ กินน้อยลง หรือกินเยอะขึ้นแต่ผอมลง ให้พาไปตรวจ
- แมวที่เบื่ออาหาร ลองอุ่นอาหารเปียกพออุ่นๆ ไม่ร้อน กลิ่นที่หอมขึ้นอาจช่วยให้อยากกิน
- แมวที่เป็นโรคไต เบาหวาน หรือไทรอยด์ ให้ใช้อาหารและจำนวนมื้อตามที่สัตวแพทย์กำหนด
แมวลดน้ำหนัก ควรให้อาหารวันละกี่มื้อ
แมวที่กำลังลดน้ำหนักมักได้ประโยชน์จากการแบ่ง 3–4 มื้อเล็กๆ เพราะได้กินบ่อยขึ้นทั้งที่ปริมาณรวมลดลง ช่วยให้หิวน้อยลงและร้องขออาหารน้อยลง
- ให้สัตวแพทย์ตรวจสุขภาพก่อนเริ่มลดน้ำหนัก
- ชั่งอาหารด้วยตาชั่งดิจิทัลทุกมื้อ แทนการตักด้วยถ้วยแบบกะๆ
- เลิกเทอาหารทิ้งไว้ทั้งวัน
- นับขนมเป็นส่วนหนึ่งของอาหาร ไม่ควรเกินประมาณ 10% ของพลังงานทั้งวัน
- ชั่งน้ำหนักแมวทุกสัปดาห์และจดไว้ ถ้าน้ำหนักไม่ลดใน 3–4 สัปดาห์ หรือลดเร็วเกิน 2% ต่อสัปดาห์ ให้ปรึกษาสัตวแพทย์
ตัวอย่าง: แมว 6 กิโลที่ขยับตัวน้อย กินอาหารเม็ด 380 kcal ต่อ 100 กรัม ได้แผนลดน้ำหนัก 72 กรัมต่อวัน แบ่ง 3 มื้อ มื้อละ 24 กรัม ใช้เวลาประมาณ 23 สัปดาห์กว่าจะลดเหลือ 5 กิโล
ห้ามงดอาหารหรือลดฮวบฮาบ แมวอ้วนที่ไม่ได้กินอาหารเสี่ยงภาวะไขมันพอกตับ ซึ่งอันตรายถึงชีวิต ให้ลดทีละน้อยเสมอ
อ่านวิธีลดน้ำหนักทั้งหมดได้ที่ แมวอ้วน ดูยังไง และวิธีลดน้ำหนักแมวอย่างปลอดภัย
เทอาหารทิ้งไว้ หรือให้เป็นมื้อ แบบไหนดีกว่า
การเทอาหารทิ้งไว้ (free feeding) คือเติมอาหารเม็ดไว้ในชามตลอด ให้แมวกินเมื่อไหร่ก็ได้ สะดวกสำหรับเจ้าของ แต่สำหรับแมวส่วนใหญ่ การให้เป็นมื้อที่ชั่งแล้วดีกว่า
| เรื่อง | เทอาหารทิ้งไว้ | ให้เป็นมื้อ |
|---|---|---|
| รู้ว่าแมวกินไปเท่าไร | ยาก โดยเฉพาะบ้านที่มีแมวหลายตัว | รู้ชัดทุกมื้อ |
| โอกาสอ้วน | สูงกว่า แมวหลายตัวกินเกินที่ต้องการ | คุมได้ง่าย |
| เห็นเมื่อแมวกินน้อยลง | เห็นช้า | เห็นได้เร็ว ตั้งแต่มื้อที่กินไม่หมด |
| ใช้กับอาหารเปียก | ไม่ได้ อาหารเปียกวางทิ้งไว้นานไม่ได้ | ได้ |
| ความสะดวก | สะดวกกว่า | ต้องตรงเวลา หรือใช้ตัวช่วย |
ถ้าจำเป็นต้องวางอาหารไว้ทั้งวัน ให้ชั่งปริมาณของทั้งวันใส่ชามไว้ตั้งแต่เช้า หมดแล้วไม่เติม วิธีนี้ใช้ได้กับอาหารเม็ดเท่านั้น และไม่เหมาะกับแมวที่กินหมดชามในครั้งเดียว
อาหารเปียกที่ตักใส่ชามแล้ว ถ้าแมวกินไม่หมด ไม่ควรวางทิ้งไว้เกิน 1–2 ชั่วโมง (อากาศร้อนแบบบ้านเราให้เก็บเร็วกว่านั้น) แล้วทิ้งส่วนที่เหลือ ไม่เก็บกลับไปให้กินอีก ส่วนที่ยังไม่ได้ตักให้ปิดฝาแช่ตู้เย็นตามคำแนะนำบนฉลาก
เครื่องให้อาหารแมวอัตโนมัติ และของเล่นซ่อนอาหาร ช่วยได้ไหม
ช่วยได้ ถ้าอยากให้หลายมื้อแต่ไม่ได้อยู่บ้านทั้งวัน ขอแค่ใช้ให้ถูกวิธี
เครื่องให้อาหารแมวอัตโนมัติ
ตั้งเวลาให้เครื่องจ่ายอาหารเม็ดตามมื้อได้ เหมาะกับคนที่ไม่อยู่บ้านตอนกลางวัน หรืออยากเพิ่มมื้อเช้ามืดโดยไม่ต้องตื่น
- ชั่งปริมาณที่เครื่องจ่ายจริงสัก 2–3 ครั้งก่อนใช้ เพราะ "1 ส่วน" ของแต่ละเครื่องได้น้ำหนักไม่เท่ากัน ขึ้นกับขนาดเม็ดอาหาร
- เครื่องส่วนใหญ่ออกแบบมาสำหรับอาหารเม็ด ไม่เหมาะกับอาหารเปียก
- ล้างชามและถังเก็บอาหารเป็นประจำ ถ้ารุ่นที่ใช้ใส่แบตเตอรี่สำรองได้ ควรใส่ไว้เผื่อไฟดับ
- ยังต้องเช็กว่าแมวกินจริง ไม่ควรปล่อยให้เครื่องดูแลแมวตามลำพังหลายวัน
- บ้านที่มีแมวหลายตัว เครื่องทั่วไปไม่รู้ว่าตัวไหนกิน มีรุ่นที่เปิดฝาด้วยไมโครชิปหรือแท็กที่ปลอกคอ ช่วยแยกอาหารแต่ละตัวได้
ของเล่นซ่อนอาหาร
ของเล่นที่แมวต้องเขี่ยหรือกลิ้งให้อาหารเม็ดหล่นออกมา ช่วยให้กินช้าลง ได้ใช้สัญชาตญาณการหาอาหาร และได้ขยับตัวมากขึ้น
- เริ่มจากแบบที่อาหารหล่นออกมาง่าย แล้วค่อยเพิ่มความยาก ถ้าแมวหงุดหงิดหรือเลิกเล่น ให้กลับไปแบบง่าย
- ตวงอาหารใส่จากปริมาณของวันนั้น ไม่ใช่ให้เพิ่มจากมื้อปกติ
- ทำเองได้ เช่น เจาะรูแกนกระดาษทิชชูหรือกล่องกระดาษ แล้วใส่อาหารเม็ดไว้ข้างใน
ตารางเวลาให้อาหารแมว 2 มื้อ 3 มื้อ 4 มื้อ
ตัวอย่างนี้ใช้แผนของแมว 6 กิโลที่ได้อาหาร 72 กรัมต่อวัน เวลาปรับให้เข้ากับบ้านคุณได้ ขอแค่ให้ตรงเวลาเดิมทุกวัน และกระจายมื้อให้ทั่ววัน
ให้อาหาร 2 มื้อ เช้าและเย็น
เหมาะกับคนทำงานนอกบ้าน สองมื้อห่างกัน 12 ชั่วโมง
- มื้อเช้า36 กรัม
- มื้อเย็น36 กรัม
รวม 36 + 36 = 72 กรัม
ให้อาหาร 3 มื้อ
ถ้าไม่อยู่บ้านตอนกลางวัน ใช้เครื่องให้อาหารอัตโนมัติหรือของเล่นซ่อนอาหารแทนมื้อกลางวันได้
- มื้อเช้า24 กรัม
- มื้อกลางวัน24 กรัม
- มื้อเย็น24 กรัม
รวม 24 × 3 = 72 กรัม
ให้อาหาร 4 มื้อ
เหมาะกับแมวที่กำลังลดน้ำหนัก หรือแมวที่ชอบปลุกเจ้าของตอนเช้ามืด มื้อค่ำก่อนนอนช่วยให้ท้องไม่ว่างนานตลอดคืน
- มื้อเช้า18 กรัม
- มื้อกลางวัน18 กรัม
- มื้อเย็น18 กรัม
- มื้อค่ำ18 กรัม
รวม 18 × 4 = 72 กรัม
แมวกินอาหารวันละกี่กรัม ขึ้นกับอะไร
จำนวนมื้อบอกแค่ว่าแบ่งกี่ครั้ง ส่วนปริมาณทั้งวันขึ้นกับ 3 อย่าง คือ น้ำหนักแมว ความแอคทีฟ และพลังงานของอาหาร ซึ่งฉลากมักเขียนเป็น kcal/kg ให้หารด้วย 10 จะได้ kcal ต่อ 100 กรัม
Pet Food Analyzer คำนวณแบบนี้
1. พลังงานพื้นฐาน = 70 × น้ำหนักตัว (กก.)0.75
2. คูณ 1.2 (ขยับตัวน้อย) 1.5 (ปานกลาง) หรือ 1.8 (แอคทีฟมาก) ได้พลังงานต่อวันเพื่อคงน้ำหนัก
3. แผนลดน้ำหนัก ใช้ 85% ของค่านี้ (ลด 15%)
4. กรัมต่อวัน = พลังงานต่อวัน ÷ kcal ต่อ 100 กรัม × 100
ตัวอย่างแมว 5 กิโล ขยับตัวน้อย: 70 × 50.75 ≈ 234 kcal × 1.2 ≈ 281 kcal ต่อวัน ถ้าอาหารเม็ดให้ 380 kcal ต่อ 100 กรัม จะได้ 281 ÷ 380 × 100 ≈ 74 กรัมต่อวัน แผนลดน้ำหนักคือ 281 × 0.85 ≈ 239 kcal หรือราว 63 กรัมต่อวัน
ตัวเลขจากสูตรเป็นจุดเริ่มต้น แมวแต่ละตัวใช้พลังงานไม่เท่ากัน ให้ชั่งน้ำหนักทุกสัปดาห์แล้วปรับปริมาณ ดูวิธีคำนวณแบบละเอียดได้ที่แมวควรกินอาหารวันละกี่กรัม
| น้ำหนักแมว | คงน้ำหนัก (กรัม/วัน) | ลดน้ำหนัก (กรัม/วัน) |
|---|---|---|
| 4 กก. | 63 | 53 |
| 5 กก. | 74 | 63 |
| 6 กก. | 85 | 72 |
| 7 กก. | 95 | 81 |
ใช้คอลัมน์ลดน้ำหนักเฉพาะแมวที่น้ำหนักเกินเป้าหมาย ถ้าไม่แน่ใจว่าแมวของคุณอ้วนไหม เช็กได้ที่ตารางน้ำหนักแมว
อาหารเปียกต้องให้ปริมาณมากกว่าหลายเท่า เพราะมีน้ำเยอะ พลังงานต่อกรัมจึงต่ำกว่าอาหารเม็ด ถ้าฉลากเขียน 900 kcal/kg (90 kcal ต่อ 100 กรัม) แมว 5 กิโลตัวเดียวกันต้องกินราว 312 กรัมต่อวันเพื่อคงน้ำหนัก ปริมาณจึงต้องคิดจากฉลากของอาหารที่ใช้จริงเสมอ
แบ่งกรัมต่อมื้อยังไงให้รวมได้พอดีต่อวัน
หลักคือหารจากปริมาณทั้งวัน แล้วกระจายเศษให้ครบ ไม่ใช่ปัดทุกมื้อขึ้น
- หาปริมาณต่อวันก่อน
จากน้ำหนักแมวและพลังงานบนฉลาก เช่น 72 กรัม
- หารด้วยจำนวนมื้อ แล้วปัดเศษลง
72 ÷ 3 = 24 พอดี ได้มื้อละ 24 กรัม
- เศษที่เหลือ เพิ่มให้มื้อแรกๆ มื้อละ 1 กรัม
63 หาร 4 ได้ 15 เศษ 3 กรัม มื้อที่ 1–3 ได้ 16 กรัม มื้อที่ 4 ได้ 15 กรัม รวม 63 พอดี
- วันไหนให้ขนม ให้หักออกจากมื้อหลัก
ขนมก็มีพลังงาน ถ้าไม่หัก ปริมาณทั้งวันจะเกิน
ถ้าปัดทุกมื้อขึ้น 63 ÷ 4 = 15.75 จะกลายเป็นมื้อละ 16 กรัม รวม 64 กรัม เกินวันละ 1 กรัม
| กรัมต่อวัน | 2 มื้อ | 3 มื้อ | 4 มื้อ |
|---|---|---|---|
| 63 | 32+31 | 21+21+21 | 16+16+16+15 |
| 72 | 36+36 | 24+24+24 | 18+18+18+18 |
| 85 | 43+42 | 29+28+28 | 22+21+21+21 |
ให้อาหารเปียกกับอาหารเม็ดคนละมื้อ แบ่งยังไง
ต้องแบ่งจากพลังงาน (kcal) ไม่ใช่จากกรัม เพราะอาหารเปียก 1 กรัมให้พลังงานน้อยกว่าอาหารเม็ดมาก เช่น แผนลดน้ำหนักของแมว 6 กิโลคือราว 274 kcal ต่อวัน ถ้าให้ครึ่งหนึ่ง (ราว 137 kcal) เป็นอาหารเปียก 90 kcal ต่อ 100 กรัม จะได้ราว 152 กรัม อีกครึ่งเป็นอาหารเม็ด 380 kcal ต่อ 100 กรัม ได้ราว 36 กรัม ดูวิธีคิดทีละขั้นได้ที่ให้อาหารเปียกกับอาหารเม็ดผสมกัน คิดปริมาณยังไง
ตอนนี้แอปคิดได้ทีละ 1 อาหารต่อแมว 1 ตัว ยังไม่รองรับการผสมอาหารเปียกกับอาหารเม็ด ถ้าให้แบบผสม ให้คิดตามตัวอย่างนี้ หรือปรึกษาสัตวแพทย์เรื่องสัดส่วน
แอปคิดกรัมต่อวันจากฉลากอาหาร แบ่งเป็น 2–4 มื้อตามเวลาที่คุณเลือก โดยทุกมื้อรวมกันได้พอดีกับปริมาณต่อวัน และเพิ่มแต่ละมื้อเป็นนัดประจำวันใน Google Calendar ได้ เพื่อให้มือถือเตือนเมื่อถึงเวลาให้อาหาร
แบ่งมื้ออาหารแมวของคุณ →เมื่อไหร่ควรปรึกษาสัตวแพทย์
- ก่อนเริ่มลดน้ำหนักแมว
- แมวโตไม่กินอาหารเกิน 24 ชั่วโมง
- ลูกแมวไม่ยอมกินนมหรืออาหาร ควรพาไปโดยเร็ว เพราะลูกแมวทรุดได้เร็วกว่าแมวโต
- กินเยอะขึ้นแต่น้ำหนักลด หรือดื่มน้ำและปัสสาวะมากผิดปกติ
- อาเจียนหลังกินอาหารบ่อยๆ
- แมวมีโรคที่ต้องคุมเวลาอาหาร เช่น เบาหวานที่ต้องฉีดอินซูลิน ให้ใช้ตารางมื้อที่สัตวแพทย์กำหนด
คำถามที่พบบ่อย
เราควรให้อาหารแมววันละกี่ครั้ง
แมวโตควรได้อาหารอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง เช้าและเย็น หลายบ้านแบ่งเป็น 3–4 ครั้งเล็กๆ โดยปริมาณรวมทั้งวันเท่าเดิม ลูกแมวอายุ 2–6 เดือนควรได้วันละ 3–4 ครั้ง และอายุ 6–12 เดือนวันละ 2–3 ครั้ง
แมวควรกินอาหารวันละกี่กรัม
ขึ้นกับน้ำหนักแมว ความแอคทีฟ และพลังงานของอาหาร เช่น แมวโต 5 กิโลที่ขยับตัวน้อย กินอาหารเม็ด 380 kcal ต่อ 100 กรัม เริ่มต้นที่ราว 74 กรัมต่อวันเพื่อคงน้ำหนัก แล้วปรับตามน้ำหนักที่ชั่งได้ ถ้าเป็นอาหารเปียกต้องให้มากกว่านี้หลายเท่า เพราะอาหารเปียกมีพลังงานต่อกรัมต่ำกว่า
ให้อาหารแมวมื้อเดียวต่อวันได้ไหม
ไม่แนะนำสำหรับแมวส่วนใหญ่ แมวจะท้องว่างนานมาก และหลายตัวหิวจนร้องขออาหารหรือกินเร็วเกินไป แบ่งอย่างน้อย 2 มื้อดีกว่า ถ้ามีเหตุผลที่ต้องให้มื้อเดียว ควรปรึกษาสัตวแพทย์ก่อน
ลูกแมวกินอาหารวันละกี่มื้อ
ลูกแมวแรกเกิดที่ต้องป้อนนมเองควรได้นมทุก 2–3 ชั่วโมงรวมกลางคืน ถ้ายังอยู่กับแม่จะดูดนมเองตามต้องการ ช่วงหย่านมราว 4–8 สัปดาห์กินวันละ 4 มื้อขึ้นไป อายุ 2–6 เดือนวันละ 3–4 มื้อ อายุ 6–12 เดือนวันละ 2–3 มื้อ และตั้งแต่ราว 1 ปีขึ้นไปวันละ 2 มื้อขึ้นไปแบบแมวโต
แมวปลุกตอนเช้ามืดเพื่อขออาหาร ทำยังไงดี
ลองเลื่อนมื้อสุดท้ายไปให้ก่อนนอน หรือใช้เครื่องให้อาหารอัตโนมัติตั้งเวลามื้อเช้า และพยายามไม่ลุกไปให้อาหารทันทีที่ถูกปลุก เพราะแมวจะเรียนรู้ว่าปลุกแล้วได้กิน ทั้งหมดนี้ใช้อาหารจากปริมาณของวันนั้น ไม่ได้เพิ่มอาหาร
แมวร้องขออาหารตลอด แปลว่ากินไม่พอไหม
ไม่เสมอไป แมวหลายตัวร้องเพราะติดเป็นนิสัยหรืออยากได้ความสนใจ ลองแบ่งเป็นมื้อเล็กแต่ถี่ขึ้น ใช้ของเล่นซ่อนอาหาร และเล่นด้วย ถ้าแมวหิวมากผิดปกติทั้งที่กินเยอะ หรือน้ำหนักลดลงเรื่อยๆ ควรพาไปตรวจ เพราะอาจเป็นอาการของโรค เช่น ไทรอยด์เป็นพิษหรือเบาหวาน
บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำแทนสัตวแพทย์ ลูกแมวแรกเกิด แมวป่วย หรือแมวที่มีโรคประจำตัว ควรให้อาหารตามที่สัตวแพทย์แนะนำ