1. หน้าแรก
  2. บทความ
  3. อาหารแมวเปียก vs อาหารเม็ด

อาหารแมวเปียก vs อาหารแมวเม็ด แบบไหนดีกว่า

สรุปสั้น: อาหารเปียกแมวมีน้ำราว 75–85% พลังงานต่อกรัมต่ำ แมวได้กินปริมาณเยอะและได้น้ำมากขึ้น ส่วนอาหารเม็ดแมวมีน้ำราว 10% พลังงานต่อกรัมสูงกว่าหลายเท่า ราคาต่อแคลอรี่มักถูกกว่าและเก็บง่ายกว่า ทั้งสองแบบเป็นอาหารหลักได้ถ้าฉลากบอกว่าเป็นอาหารครบถ้วน สำหรับแมวอ้วน สิ่งที่สำคัญที่สุดคือแคลอรี่รวมต่อวัน ไม่ใช่ว่าเปียกหรือเม็ด และถ้าให้ทั้งสองแบบ ให้แบ่ง "แคลอรี่" ไม่ใช่แบ่ง "กรัม"

อาหารแมวเปียกกับอาหารแมวเม็ด ต่างกันยังไง

ความต่างหลักคือ "น้ำ" อาหารเปียกแบบซอง กระป๋อง หรือถาด มีน้ำมากกว่าครึ่ง ส่วนอาหารเม็ดผ่านการอบจนแห้ง พลังงานจึงอัดแน่นอยู่ในเม็ดเล็กๆ

ตัวเลขในตารางเป็นช่วงที่พบบ่อยเท่านั้น แต่ละยี่ห้อและแต่ละสูตรต่างกันได้มาก เวลาคำนวณให้ใช้ค่าจากฉลากอาหารที่คุณใช้จริงเสมอ

หัวข้ออาหารแมวเปียกอาหารแมวเม็ด
ความชื้นราว 75–85%ราว 10%
พลังงานต่อ 100 กรัมราว 60–120 kcalราว 350–450 kcal
ปริมาณที่ได้ 100 kcalราว 83–167 กรัมราว 22–29 กรัม
น้ำในอาหาร 100 กรัมราว 75–85 กรัมราว 10 กรัม
ความอิ่มชามดูเต็มกว่าที่แคลอรี่เท่ากันปริมาณน้อย กินหมดเร็ว
ราคาต่อแคลอรี่มักแพงกว่ามักถูกกว่า
ความสะดวกเปิดใหม่และล้างชามทุกมื้อตวงง่าย ใช้กับเครื่องให้อาหารอัตโนมัติได้
หลังเปิดแช่ตู้เย็น ใช้ให้หมดใน 1–2 วันปิดถุงให้สนิท เก็บในที่แห้ง
ถ้าชั่งเกิน 10 กรัมเกินราว 8 kcal (ที่ 80 kcal/100 g)เกินราว 38 kcal (ที่ 380 kcal/100 g)
เรื่องฟันไม่ใช่วิธีดูแลฟันแบบทั่วไปช่วยได้น้อย

ผลที่ตามมาคือ ที่แคลอรี่เท่ากัน อาหารเปียกจะหนักกว่าอาหารเม็ดหลายเท่า เช่น พลังงาน 100 kcal ได้อาหารเปียก (80 kcal ต่อ 100 กรัม) 125 กรัม แต่ได้อาหารเม็ด (380 kcal ต่อ 100 กรัม) แค่ราว 26 กรัม จึงสลับกันแบบกรัมต่อกรัมไม่ได้

ข้อดีข้อเสียของอาหารเปียกแมว

ข้อดีของอาหารเปียก

  • แมวได้น้ำจากอาหารมากขึ้น ช่วยแมวที่ดื่มน้ำน้อย
  • ได้ปริมาณเยอะในแคลอรี่เท่ากัน แมวบางตัวอิ่มกว่า
  • กลิ่นชวนกิน แมวช่างเลือกหลายตัวจึงยอมกินง่ายกว่า
  • ชั่งพลาดนิดหน่อย แคลอรี่คลาดไม่มาก

ข้อเสียของอาหารเปียก

  • ราคาต่อแคลอรี่มักสูงกว่าอาหารเม็ด
  • เปิดแล้วเสียเร็ว ต้องแช่ตู้เย็น วางในชามนานไม่ได้
  • ต้องล้างชามทุกมื้อ และมีกลิ่น
  • บางยี่ห้อเป็นอาหารเสริมหรือขนม ไม่ใช่อาหารครบถ้วน ต้องอ่านฉลาก

แมวที่มีปัญหาทางเดินปัสสาวะหรือโรคไต สัตวแพทย์มักอยากให้แมวได้น้ำมากขึ้น อาหารเปียกเป็นวิธีหนึ่งที่ช่วยได้ แต่บางโรคต้องใช้อาหารสูตรเฉพาะ จึงควรปรึกษาสัตวแพทย์ก่อนเปลี่ยน

ข้อดีข้อเสียของอาหารเม็ดแมว

ข้อดีของอาหารเม็ด

  • ราคาต่อแคลอรี่มักถูกกว่า
  • เก็บง่าย เปิดถุงแล้วใช้ได้หลายสัปดาห์
  • ชั่งง่าย ใช้กับเครื่องให้อาหารอัตโนมัติหรือของเล่นซ่อนอาหารได้
  • วางในชามได้นานกว่าอาหารเปียก

ข้อเสียของอาหารเม็ด

  • มีน้ำน้อย แมวต้องดื่มน้ำจากชามเพิ่มเอง
  • พลังงานสูงต่อกรัม ตักเกินนิดเดียวแคลอรี่ก็เกินเยอะ
  • ถ้าเทไว้ทั้งวัน แมวกินเกินได้ง่าย
  • เปิดถุงแล้วเจออากาศชื้นนานๆ อาจหืนหรือขึ้นรา

อาหารเม็ดเปิดถุงแล้วควรใช้ให้หมดภายในราว 4–6 สัปดาห์ หรือตามที่ฉลากแนะนำ เก็บทั้งถุงไว้ในกล่องที่ปิดสนิท จะได้ยังเห็นวันหมดอายุบนถุง และวางน้ำสะอาดไว้หลายจุดในบ้าน

อาหารเม็ดช่วยขัดฟันแมวจริงไหม

ช่วยได้น้อยกว่าที่หลายคนคิด แมวมักเคี้ยวไม่กี่ครั้งแล้วกลืน เม็ดอาหารจึงขัดคราบบนฟันได้ไม่มาก อาหารเม็ดทั่วไปไม่ใช่วิธีดูแลฟัน มีอาหารบางสูตรที่ออกแบบมาเพื่อลดคราบบนฟันโดยเฉพาะ ถ้าสนใจให้ถามสัตวแพทย์ วิธีที่ได้ผลกว่าคือแปรงฟันแมวและให้สัตวแพทย์ตรวจช่องปากเป็นประจำ ไม่ว่าแมวจะกินอาหารแบบไหน

แมวอ้วนควรกินอาหารเปียกหรืออาหารเม็ด

ลดน้ำหนักได้ทั้งสองแบบ น้ำหนักแมวขึ้นหรือลงตามแคลอรี่รวมทั้งวัน ไม่ได้ขึ้นกับว่าอาหารเปียกหรือเม็ด แต่แต่ละแบบช่วยคนละจุด

  • อาหารเปียกช่วยเรื่องปริมาณ: แมวได้กินเยอะขึ้นในแคลอรี่เท่าเดิม และถ้าชั่งเกินไป 10 กรัม (80 kcal ต่อ 100 กรัม) แคลอรี่เกินแค่ราว 8 kcal
  • อาหารเม็ดต้องชั่งให้แม่น: ตักเกิน 10 กรัมของอาหาร 380 kcal ต่อ 100 กรัม ได้พลังงานเพิ่มราว 38 kcal ส่วนแผนลดน้ำหนักของแมว 6 กิโลที่ขยับตัวน้อยตัดแคลอรี่ลงแค่ราว 48 kcal ต่อวัน ตักเกินแค่ 10 กรัมก็เกือบลบส่วนที่ลดไปหมด ใช้ตาชั่งดิจิทัลแทนถ้วยตวง
  • อาหารเม็ดใช้กับของเล่นซ่อนอาหารได้ดี: ช่วยให้แมวกินช้าลงและขยับตัวมากขึ้น
  • ถ้าต้องลดน้ำหนักมาก: ปรึกษาสัตวแพทย์เรื่องอาหารสูตรลดน้ำหนัก ซึ่งมีทั้งแบบเปียกและแบบเม็ด และออกแบบให้แมวยังได้โปรตีนและสารอาหารพอแม้กินน้อยลง

เลือกแบบที่แมวกินได้ดีและบ้านคุณทำได้ทุกวัน แล้วคุมแคลอรี่ให้ตรง อ่านวิธีเช็กว่าแมวอ้วนไหมและลดน้ำหนักอย่างปลอดภัยได้ที่แมวอ้วน ดูยังไง และวิธีลดน้ำหนักแมว และดูช่วงน้ำหนักที่เหมาะกับอายุและสายพันธุ์ได้ที่ตารางน้ำหนักแมว

ให้อาหารเปียกกับอาหารเม็ดผสมกันได้ไหม คิดปริมาณยังไง

ได้ หลายบ้านให้แบบนี้ เช่น อาหารเปียกมื้อเช้า อาหารเม็ดมื้ออื่น แมวได้น้ำเพิ่มและได้กินของที่ชอบ โดยค่าใช้จ่ายไม่สูงเท่าให้อาหารเปียกล้วน

จุดที่พลาดบ่อยคือให้อาหารเม็ดเท่าเดิม แล้วเติมอาหารเปียกเข้าไป แคลอรี่จะเกินทุกวัน วิธีที่ถูกคือคิด "งบแคลอรี่" ต่อวันก่อน แล้วแบ่งให้อาหารสองแบบ

  1. หางบแคลอรี่ต่อวันของแมว

    พลังงานพื้นฐาน 70 × น้ำหนักตัว (กก.)0.75 คูณความแอคทีฟ (น้อย 1.2 · ปานกลาง 1.5 · มาก 1.8) ถ้าลดน้ำหนัก คูณ 0.85 อีกครั้ง

  2. คิดแคลอรี่ของอาหารเปียกที่จะให้

    กรัมที่ให้ × kcal ต่อ 100 กรัม ÷ 100

  3. ลบออกจากงบ

    ส่วนที่เหลือคือแคลอรี่สำหรับอาหารเม็ด

  4. แปลงเป็นกรัม

    แคลอรี่ที่เหลือ ÷ kcal ต่อ 100 กรัมของอาหารเม็ด × 100

ตัวอย่าง: แมว 6 กิโล ขยับตัวน้อย กำลังลดน้ำหนัก

อาหารเปียก 80 kcal ต่อ 100 กรัม (ซองละ 70 กรัม) + อาหารเม็ด 380 kcal ต่อ 100 กรัม

  1. พลังงานพื้นฐาน: 70 × 60.75 ≈ 268 kcal
  2. พลังงานที่ใช้ต่อวัน (ปกติ): 268 × 1.2 ≈ 322 kcal
  3. แผนลดน้ำหนัก: 322 × 0.85 ≈ 274 kcal ต่อวัน (งบทั้งวัน)
  4. อาหารเปียก 1 ซอง: 70 × 80 ÷ 100 = 56 kcal
  5. เหลือให้อาหารเม็ด: 274 − 56 ≈ 218 kcal
  6. อาหารเม็ด: 218 ÷ 380 × 100 ≈ 57 กรัม

ต่อวัน: อาหารเปียก 1 ซอง (70 กรัม) + อาหารเม็ด 57 กรัม

แบ่งเป็น 3 มื้อได้แบบนี้

  • เช้าเปียก 70 g
  • กลางวันเม็ด 29 g
  • เย็นเม็ด 28 g

จะแบ่ง 2–4 มื้อก็ได้ ขอให้รวมทั้งวันแล้วได้เท่าเดิม อ่านวิธีเลือกจำนวนมื้อได้ที่แมวกินอาหารวันละกี่มื้อ

ถ้าอยากแบ่งครึ่งต่อครึ่ง ก็คิดแบบเดียวกัน ฝั่งละราว 137 kcal จะได้อาหารเปียกราว 171 กรัม และอาหารเม็ดราว 36 กรัม ถ้าให้อาหารเม็ดอย่างเดียวจะเป็น 72 กรัมต่อวัน ทุกแบบให้แคลอรี่รวมเท่ากัน จึงใช้เวลาลดจาก 6 เหลือ 5 กิโลราว 23 สัปดาห์เท่ากัน

ตัวอย่างนี้ใช้ค่าสมมติ อาหารแต่ละยี่ห้อให้พลังงานต่างกัน ให้ใส่ตัวเลขจากฉลากของคุณเอง

ใช้แอปกับแมวที่กินทั้งสองแบบ

ตอนนี้แอปวางแผนได้ 1 อาหารต่อแมว 1 ตัว ยังคิดอาหารเปียกกับอาหารเม็ดรวมกันให้ไม่ได้ วิธีใช้ตอนนี้คือใส่อาหารเม็ดในแอป แอปจะแสดงแคลอรี่ต่อวันของแผน แล้วหักแคลอรี่ของอาหารเปียกออกตามตัวอย่างข้างบน กรัมที่แอปบอกคือปริมาณเมื่อให้อาหารเม็ดอย่างเดียว ถ้าให้อาหารเปียกด้วย ต้องลดอาหารเม็ดลงตามที่คำนวณ

ใส่ค่าจากฉลากอาหารที่คุณใช้ แล้วรับแคลอรี่และกรัมต่อวัน แบ่งมื้อ และเตือนเวลาให้อาหาร

คำนวณปริมาณอาหารแมวของคุณ →

แมวกินอาหารเปียกวันละกี่ซอง

ไม่มีตัวเลขเดียวที่ใช้ได้กับทุกตัว ต้องดูว่าแมวต้องการกี่ kcal ต่อวัน และอาหารเปียกซองนั้นให้กี่ kcal ต่อซอง แล้วหารกัน

ตัวอย่าง แมว 5 กิโลที่ขยับตัวน้อย กินอาหารเปียกอย่างเดียว ซองละ 70 กรัม พลังงาน 80 kcal ต่อ 100 กรัม (56 kcal ต่อซอง)

  • ให้แบบปกติ (ไม่ลดน้ำหนัก) ราว 281 kcal ต่อวัน: ราว 351 กรัม หรือประมาณ 5 ซอง
  • แผนลดน้ำหนักราว 239 kcal ต่อวัน: ราว 298 กรัม หรือประมาณ 4 ซองกว่าๆ

จะเห็นว่าแมวที่กินอาหารเปียกอย่างเดียวต้องกินหลายซองต่อวัน ส่วนบ้านที่ให้วันละ 1–2 ซองคู่กับอาหารเม็ด ให้นับแคลอรี่ของซองเหล่านั้นแล้วลดอาหารเม็ดลง ชั่งเป็นกรัมจะแม่นกว่านับซอง ส่วนขนมเลียแบบซองเป็นขนม ไม่ใช่มื้อหลัก ขนมทั้งหมดรวมกันไม่ควรเกินราว 10% ของแคลอรี่ทั้งวัน

วิธีอ่านฉลากอาหารแมว และแปลง kcal/kg เป็น kcal ต่อ 100 กรัม

หาค่าพลังงาน

ถ้าฉลากบอกพลังงานเป็น kcal/kg ให้หารด้วย 10 เพื่อได้ kcal ต่อ 100 กรัม เช่น 3,800 kcal/kg เท่ากับ 380 kcal ต่อ 100 กรัม และ 800 kcal/kg เท่ากับ 80 kcal ต่อ 100 กรัม

อาหารเปียกบางยี่ห้อบอกเป็น kcal ต่อซองหรือต่อกระป๋อง ให้หารด้วยน้ำหนักซองแล้วคูณ 100 เช่น ซอง 70 กรัม ให้ 60 kcal จะเท่ากับ 60 ÷ 70 × 100 ≈ 86 kcal ต่อ 100 กรัม

ดูว่าเป็นอาหารหลักหรืออาหารเสริม

อาหารที่ให้เป็นมื้อหลักได้ ฉลากมักเขียนว่าครบถ้วน (complete หรือ complete and balanced) หรือบอกว่าใช้เป็นอาหารหลัก ส่วนอาหารเสริมหรือขนมมักเขียนว่า complementary หรือ for intermittent or supplemental feeding only ซึ่งไม่ควรให้เป็นอาหารหลักอย่างเดียว

เทียบโปรตีนให้ยุติธรรม

อาหารเปียกมีน้ำเยอะ ตัวเลขโปรตีนบนฉลากจึงดูต่ำ ให้เทียบเป็นค่าในเนื้ออาหารแห้ง: โปรตีน % ÷ (100 − ความชื้น %) × 100

  • อาหารเปียก โปรตีน 10% ความชื้น 80%: 10 ÷ 20 × 100 = โปรตีนราว 50%
  • อาหารเม็ด โปรตีน 32% ความชื้น 10%: 32 ÷ 90 × 100 = โปรตีนราว 36%

ตัวอย่างนี้แสดงว่าอาหารเปียกที่ดูโปรตีนต่ำบนฉลาก อาจมีสัดส่วนโปรตีนสูงกว่าอาหารเม็ดเมื่อเทียบแบบเดียวกัน

ถ้าฉลากไม่มีค่าพลังงาน

แอปช่วยประมาณ kcal ต่อ 100 กรัมได้จากโปรตีน ไขมัน เส้นใย ความชื้น และเถ้าบนฉลาก แต่ค่าที่พิมพ์บนฉลากแม่นกว่าเสมอ ถ้ามีให้ใช้ค่านั้น

อาหารเปียกต้องใส่ความชื้นด้วยเสมอ ช่องความชื้นอยู่ในส่วน "ค่าอื่นๆ บนฉลาก" ที่ต้องกดเปิดก่อน ถ้าเว้นว่าง แอปจะคิดเหมือนอาหารเม็ด (ความชื้น 10%) ค่าพลังงานจะสูงเกินจริงหลายเท่า และกรัมต่อวันจะน้อยเกินไป เช่น อาหารเปียกโปรตีน 10% ไขมัน 4% เส้นใย 0.5% ความชื้น 80% ได้ราว 80 kcal ต่อ 100 กรัม แต่ถ้าไม่ใส่ความชื้นจะได้ราว 310 kcal อาหารเปียกส่วนใหญ่ให้ราว 60–120 kcal ต่อ 100 กรัม ถ้าได้เกิน 150 ให้ตรวจตัวเลขอีกครั้ง แมวอ้วนที่ได้กินน้อยเกินไปเสี่ยงภาวะไขมันพอกตับ

วิธีเปลี่ยนอาหารแมว จากอาหารเม็ดเป็นอาหารเปียก (หรือกลับกัน) ใน 7–10 วัน

เปลี่ยนทีละน้อยช่วยลดโอกาสท้องเสียหรืออาเจียน และให้แมวคุ้นกับรสชาติและเนื้อสัมผัสใหม่ สัดส่วนด้านล่างเป็นสัดส่วนของ "แคลอรี่" ไม่ใช่ของกรัม ตัวเลขกรัมใช้แมว 6 กิโลจากตัวอย่างข้างบน (แผนลดน้ำหนัก 274 kcal ต่อวัน อาหารเม็ด 380 kcal และอาหารเปียก 80 kcal ต่อ 100 กรัม)

เปลี่ยนจากอาหารเม็ดเป็นอาหารเปียก

ช่วง (สัดส่วนแคลอรี่)อาหารเม็ดอาหารเปียก
วันที่ 1–2 เม็ด 75% · เปียก 25%54 กรัม86 กรัม
วันที่ 3–4 เม็ด 50% · เปียก 50%36 กรัม171 กรัม
วันที่ 5–6 เม็ด 25% · เปียก 75%18 กรัม257 กรัม
วันที่ 7 เป็นต้นไป เปียก 100%–342 กรัม

เปลี่ยนจากอาหารเปียกเป็นอาหารเม็ด

ช่วง (สัดส่วนแคลอรี่)อาหารเปียกอาหารเม็ด
วันที่ 1–2 เปียก 75% · เม็ด 25%257 กรัม18 กรัม
วันที่ 3–4 เปียก 50% · เม็ด 50%171 กรัม36 กรัม
วันที่ 5–6 เปียก 25% · เม็ด 75%86 กรัม54 กรัม
วันที่ 7 เป็นต้นไป เม็ด 100%–72 กรัม

อาหารเม็ดให้พลังงานต่อกรัมสูงกว่ามาก เมื่อเปลี่ยนเสร็จจึงเหลือแค่ 72 กรัมต่อวัน อย่าตักอาหารเม็ดเท่ากับกรัมของอาหารเปียกที่เคยให้

  • ถ้าแมวท้องไวหรือไม่ค่อยยอมกิน ยืดแต่ละช่วงเป็น 3 วัน จะเปลี่ยนครบในวันที่ 10
  • อาหารเปียกที่เพิ่งออกจากตู้เย็น ปล่อยให้หายเย็นก่อน แมวหลายตัวชอบอาหารที่ไม่เย็นจัด
  • เมื่อเปลี่ยนเสร็จแล้ว แก้ข้อมูลอาหารในแอปเป็นตัวใหม่ เพื่อให้ได้กรัมต่อวันที่ถูกต้อง ถ้าเป็นอาหารเปียกที่ฉลากไม่บอกพลังงาน อย่าลืมใส่ความชื้น
  • ถ้าแมวกินอาหารสูตรที่สัตวแพทย์สั่ง ให้ถามสัตวแพทย์ก่อนเปลี่ยนหรือผสม

อย่าปล่อยให้แมวไม่กินอาหาร ถ้าแมวไม่ยอมกินอาหารใหม่ ให้กลับไปใช้สัดส่วนก่อนหน้าแล้วค่อยๆ ลองใหม่ ถ้าแมวไม่กินอะไรเลยเกิน 24 ชั่วโมง โดยเฉพาะแมวอ้วน ให้พาไปหาสัตวแพทย์ เพราะเสี่ยงภาวะไขมันพอกตับ

คำถามที่พบบ่อย

แมวกินอาหารเปียกทุกวันได้ไหม

ได้ ถ้าเป็นอาหารเปียกชนิดครบถ้วน (complete) ที่ใช้เป็นอาหารหลักได้ และให้ในปริมาณแคลอรี่ที่เหมาะกับแมว แต่ถ้าเป็นอาหารเปียกชนิดอาหารเสริมหรือขนม (complementary) ไม่ควรให้เป็นอาหารหลักอย่างเดียว เพราะแมวอาจได้สารอาหารไม่ครบ

แมวกินอาหารเม็ดอย่างเดียวได้ไหม

ได้ ถ้าเป็นอาหารเม็ดชนิดครบถ้วน แมวสุขภาพดีหลายตัวกินอาหารเม็ดอย่างเดียว แต่ควรมีน้ำสะอาดให้ตลอดวันและชั่งอาหารให้ตรง ถ้าแมวดื่มน้ำน้อย หรือมีปัญหาทางเดินปัสสาวะหรือโรคไต ควรปรึกษาสัตวแพทย์ว่าควรเพิ่มอาหารเปียกไหม

อาหารเปียกช่วยให้แมวผอมลงไหม

ไม่ได้ช่วยเองโดยอัตโนมัติ น้ำหนักขึ้นกับแคลอรี่รวมต่อวัน ถ้าเพิ่มอาหารเปียกโดยไม่ลดอาหารเม็ด แมวจะอ้วนขึ้น ข้อดีของอาหารเปียกคือได้ปริมาณมากกว่าในแคลอรี่เท่ากัน แมวบางตัวจึงรู้สึกอิ่มกว่าระหว่างลดน้ำหนัก

อาหารเปียกกับอาหารเม็ด แบบไหนโปรตีนสูงกว่า

ดูตัวเลขบนฉลากตรงๆ ไม่ได้ เพราะอาหารเปียกมีน้ำเยอะ ให้เทียบเป็นค่าในเนื้ออาหารแห้ง คือ โปรตีน % หารด้วย (100 ลบความชื้น %) แล้วคูณ 100 เช่น อาหารเปียกโปรตีน 10% ความชื้น 80% มีโปรตีนราว 50% ในเนื้ออาหารแห้ง ส่วนอาหารเม็ดโปรตีน 32% ความชื้น 10% อยู่ที่ราว 36%

อาหารเปียกเปิดแล้วเก็บได้นานแค่ไหน

ปิดให้มิดชิดแล้วแช่ตู้เย็น และใช้ให้หมดภายใน 1–2 วัน หรือตามที่ฉลากแนะนำ ส่วนที่ตักใส่ชามแล้วแมวกินไม่หมด ไม่ควรวางทิ้งไว้เกิน 1–2 ชั่วโมง โดยเฉพาะตอนอากาศร้อน และไม่ควรเก็บกลับไปให้กินอีก

ผสมอาหารเปียกกับอาหารเม็ดในชามเดียวกันได้ไหม

ได้ แต่อาหารเม็ดที่โดนน้ำจากอาหารเปียกจะนิ่มและเสียเร็วเหมือนอาหารเปียก จึงไม่ควรวางทิ้งไว้นาน การแยกชามหรือแยกมื้อช่วยให้รู้ว่าแมวกินแต่ละอย่างไปเท่าไหร่ ไม่ว่าแบบไหน ให้คิดปริมาณจากแคลอรี่รวมของทั้งสองอย่าง

บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำแทนสัตวแพทย์ ถ้าแมวมีโรคประจำตัว เช่น โรคไต เบาหวาน หรือนิ่ว หรือกินอาหารสูตรที่สัตวแพทย์สั่ง ควรปรึกษาสัตวแพทย์ก่อนเปลี่ยนหรือผสมอาหาร

เปียกหรือเม็ดก็ได้ ขอให้แคลอรี่พอดี

เริ่มวางแผนอาหารแมว →